เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2553 สถานเอกอัครราชทูตฯ ร่วมกับ BOZAR ได้จัดฉายภาพยนตร์รอบปฐมทัศน์ เรื่องลุงบุญมีระลึกชาติ ที่กำกับโดยนายอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ซึ่งได้รับรางวัลปาล์มทองคำ จากงานประกวดภาพยนตร์เมื่อคานส์ ประจำปี 2553 โดยนายอภิชาตพงศ์ฯ ได้เดินทางมาร่วมในงานฉายภาพยนตร์รอบปฐมทัศน์ และให้สัมภาษณ์สื่อแขนงต่างๆ ด้วย ในการจัดฉายภาพยนตร์ครั้งนี้ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ทั้งจากชาวไทยกว่า 100 คน ทั้งข้าราชการ ลูกจ้างท้องถิ่น และครอบครัว สมาคม ThaiBel กลุ่มเพื่อนไทย GroupT กศน และชาวต่างชาติ ที่มาร่วมชมกันอย่างคับคั่ง (full house) ประมาณ 500 คน โดยก่อนการฉายภาพยนตร์ นาย Paul Dujardin, Director Centre for Fine Arts Brussels และนาง Gabrielle Claes, Director Cinematek ได้กล่าวต้อนรับ และ นายอภิชาติพงศ์ฯ ได้กล่าวขอบคุณสถานเอกอัครราชทูตฯ และฝ่ายเบลเยียม และภายหลังจัดฉายภาพยนตร์ มีรายการสัมภาษณ์นายอภิชาติพงศ์ฯ ต่อบนเวที อีกประมาณ 30 นาที ซึ่งผู้ชมส่วนใหญ่ยังคงให้ความสนใจ อยู่ชมต่อ แม้จะเป็นเวลาค่อนข้างดึกมากแล้ว ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จอย่างมากในการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม ความคิด ความเชื่อ และส่งเสริมภาพลักษณ์ของ ปทท ในหมู่ชาวต่างชาติ ผ่านทางแผ่นฟิล์มภาพยนตร์ในครั้งนี้ สำหรับการจัดฉายภาพยนตร์ไทยรางวัลปาล์มทองคำครั้งนี้ นับเป็นรายการแสดงแรกของ ชุดกิจกรรมด้านสังคมและวัฒนธรรม ระหว่างวันที่ 31 สค – 11 พย 53 ที่รัฐบาลเบลเยียมได้มอบหมาย ให้ BOZAR จัดขึ้น ในโอกาสที่เบลเยียมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ASEM 8 ระหว่างวันที่ 4-5 ตุลาคม 2553 ก่อนนำภาพยนตร์ออกฉายทั่วฝรั่งเศสและเบลเยียม วันที่ 1 กันยายน 2553
เพื่อเป็นการสนับสนุนพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่องสถานเอกอัครราชทูตได้สนับสนุนการดำเนินภารกิจต่างประเทศตามยุทธศาสตร์เชิงรุกโดยกราบนิมนต์อาจารย์ วชโร ภิกขุ วัดอมราวดี สหราชอาณาจักร เยือนเบลเยียม และเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2553 อาจารย์ วชโร ภิกขุ พร้อมด้วยพระสุธีญาณวิเทศ วัดไทยธรรมาราม เมือง Waterloo ร่วมปาฐกถาแสดงธรรม ในการประชุมพระพุทธศาสนาประจำปี ครั้งที่ 15 ของ Belgian Buddhist Union หรือ BBU ณ เมือง Huy โดยมีนักบวช/พระสงฆ์ของพุทธศาสนาหลายนิกาย เช่น เซน มหายานแบบธิเบต ไตรรัตนา และเถรวาท แสดงธรรมเทศนา
นาย Mark Eyskens อดีตนายกรัฐมนตรีเบลเยียม และผู้แทนของนาย Charles Picqué, Minister-President ของบรัสเซลส์ กล่าวเปิดการสัมมนา ผู้แทนรัฐบาลเบลเยียมและพุทธศาสนิกชนและผู้สนใจเข้าร่วมประมาณ 500 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวเบลเยียมและประเทศใกล้เคียง นอกจากนี้ มีเอกอัครราชทูตและผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตของประเทศพุทธหลายประเทศในเอเชีย เข้าร่วมด้วย โดยในส่วนของไทย ได้แก่ เอกอัครราชทูต อัครราชทูต ศรัณย์ฯ และนายอำนาจฯ เลขานุการเอก เข้าร่วม นับเป็นครั้งแรกที่ BBU เชิญคณะทูตเข้าร่วมงานอย่างเป็นทางการ
อาจารย์ วชโร และพระสุธีญาณวิเทศได้สวดเจริญภวนาเป็นภาษาบาลีต่อผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมด หลังจากนั้นมีการแยกการแสดงธรรมกลุ่มย่อย โดยอาจารย์ วชโร แสดงธรรมเป็นภาษาอังกฤษเกี่ยวกับการรักษาศีล การปฏิบัติตามมรรค 8 และเหตุ-ผลตามหลักพุทธศาสนา เพื่อให้ชาวต่างชาติเข้าใจคำสอน วิธีปฏิบัติ และคุณค่าที่แท้จริงของพุทธศาสนาแบบเถรวาทซึ่งชาวเบลเยียมยังไม่รู้จักแพร่หลายนัก สำหรับพระสุธีญาณวิเทศได้สอนการนั่งสมาธิแก่ผู้ที่เข้าร่วม
นิตยสารโชคดีได้จัดงานตลาดไทยขึ้นที่ศูนย์ประชุมแห่งเมืองเบรเดน (ฺBredene) เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2553 ระหว่างเวลา 10.00 – 22.00 น. โดยมีผู้ประกอบการรายย่อยของไทยประมาณ 30 ราย ร่วมออกร้านเผยแพร่และจำหน่ายสินค้าหัตถกรรมไทย วัตถุดิบและอาหารไทย ต้นกล้วยไม้แวนด้าพร้อมดอกจากประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมีการออกร้านนวดแผนไทยโบราณ การสาธิตการแกะสลักผัก ผลไม้ สบู่ โดยศูนย์การเรียนไทย (กศน.) และกงสุลอัครพงศ์ เฉลิมนนท์ นักเขียนรับเชิญในคอลัมน์กฎหมายใกล้ตัวของนิตยสารโชคดีได้เดินทางไปร่วมแสดงความยินดีกับบรรณาธิการภาคภาษาไทยของนิตยสารโชคดีด้วย
งานดังกล่าวช่วยสร้างสีสันให้เมืองเบรเดน และทำให้ชาวท้องถิ่นได้มีโอกาสสัมผัสทำความรู้จักประเทศไทยและศิลปวัฒนธรรมไทยได้อย่างประสบความสำเร็จยิ่ง เพราะจัดขึ้นตรงกับวันที่ทางเทศบาลเมืองได้ปิดถนนสายสำคัญที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวให้ประชาชนเดินเที่ยวถนนทั้งสายได้อย่างสะดวก คนท้องถิ่นได้ออกร้านขายสินค้าต่างๆ ตลอดความยาวของถนนทั้งสาย และมีการประกวดต้นดอกดาเลียในสวนสาธารณะขนาดเล็กในบริเวณดังกล่าวด้วย
นิตยสารโชคดีเป็นนิตยสารรายสามเดือน ดำเนินงานโดยองค์กรสวัสดี ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไร นิตยสารดังกล่าวเป็นนิตยสารภาษาไทยและภาษาดัทช์เล่มแรกในประเทศเบลเยียมและเนเธอร์แลนด์
ปัจจุบันมีคุณมัลลิกา เทียมแก้ว เป็นบรรณาธิการนิตยสารภาคภาษาไทย
เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2553 เอกอัครราชทูตพร้อมด้วย อัครราชทูต ศรัณย์ เจริญสุวรรณ และนายอำนาจ พละพลีวัลย์ เลขานุการเอก เข้าเยี่ยมคารวะและหารือกับนาย André M. Flahaut ประธานสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่ของเบลเยียม ซึ่งได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2553
ทั้งสองฝ่ายได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ไทย-เบลเยียมที่ดีตลอดระยะเวลากว่า 140 ปี สองประเทศ มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดโดยเฉพาะในระดับพระราชวงศ์ทั้งในอดีตและปัจจุบัน และได้แลกเปลี่ยนข้อซักถามและข้อคิดเห็นของสถานการณ์การเมืองของทั้งสองฝ่าย
นาย Flahaut แจ้งว่าตนจะเป็น co-chair ของการ ประชุม ASEM Parliamentary Partnership (ASEP) ที่จะมีขึ้น ณ กรุงบรัสเซลส์ระหว่างวันที่ 26-28 กันยายน 2553 โดยการประชุมในครั้งจะเน้นการหารือเกี่ยวกับความผาสุกและคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมทั้งเศรษฐกิจและการคลังที่ยั่งยืน พร้อมทั้งได้กล่าวถึงความคิดริเริ่มความร่วมมือไตรภาคีระหว่าง อียู เอเชีย และแอฟริกา ซึ่งเอกอัครราชทูตเห็นด้วยและยกตัวอย่างโครงการธนาคารแกะในความร่วมมือไตรภาคีระหว่างไทย (มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง) กับรัฐบาลเบลเยียม เพื่อลดการปลูกฝิ่นในอัฟกานิสถาน
-----------------------------------------------
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม 2553 เอกอัครราชทูตพิศาล มาณวพัฒน์ เป็นประธานใน งานวันแม่ประจำปี 2553 ซึ่งข้าราชการ พสกนิกรชาวไทยพร้อมครอบครัว และมิตรสหาย ชาวท้องถิ่น (Friends of Thailand) กว่า 300 คน ได้ร่วมแรงร่วมใจจัดขึ้นที่วัดไทยธรรมาราม เมืองวอเตอร์ลู
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 สิงหาคม 2553 วัดธัมมปทีป เบลเยียม ได้จัดพิธีบรรพชาสามเณร 6 รูป เพื่อเฉลิมพระเกียติและถวายพระราชกุศลเนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา หรือวันแม่แห่งชาติของปวงชนชาวไทย ซึ่งจะเวียนมาบรรจบอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 12 สิงหาคม 2553
นายศรัณย์ เจริญสุวรรณ อุปทูต ประธานในพิธี ได้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย เปิดกรวยดอกไม้ถวายราชสักการะ และกล่าวคำถวายพระพร ผู้ไปร่วมงานได้ร่วมกันร้องเพลงสดุดีมหาราชาและสรรเสริญพระบารมี จากนั้น จึงเป็นพิธีบรรพชาสามเณรเพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมถวาย พระราชกุศลเนื่องในวโรกาสอันเป็นมหามงคล ภายหลังพิธีบรรพชาสามเณร พระภิกษุสงฆ์และสามเณร 6 รูปได้ออกรับบิณฑบาต ผู้มาร่วมงานต่างซาบซึ้งปิติยินดีที่เห็นบุตรหลานของตนและของมิตรสหาย ได้บวชเรียนเป็นระยะเวลากว่า 3 สัปดาห์ เพื่อน้อมถวายพระราชกุศล ทดแทนพระคุณบิดามารดา และช่วยสืบต่อพระศาสนา
วัดธัมมปทีปสร้างขึ้นเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ด้วยความศรัทธาและร่วมแรงร่วมใจของคนไทยและคนท้องถิ่นซึ่งส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเขตแฟลนเดอร์ส มีพระครูวินัยธรสมศักดิ์ สกกเมธีเป็นเจ้าอาวาส ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทางวัดได้จัดกิจกรรมทางศาสนา และส่งเสริมวัฒนธรรมอันดีงามของไทยตลอดมา มีกิจกรรมโรงเรียนสอนภาษาไทย นาฏศิลป์ไทย และการเจริญสมาธิภาวนา ซึ่งเป็นที่น่ายินดีว่า มีคนท้องถิ่นจำนวนเพิ่มมากขึ้นได้แสดงความสนใจเลื่อมใส นอกจากนี้ ทางวัดยังได้ รับเชิญจากโรงเรียนท้องถิ่นให้ไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาในโอกาสและวาระต่างๆ เสมอมาด้วย
พุทธศาสนิกชนชาวไทย และชาวต่างชาติที่สนใจเลื่อมใสในพระพุทธศาสนากว่า 300 คน ได้มา ร่วมเฉลิมฉลอง และปฏิบัติธรรมเนื่องในโอกาสงานวันอาสาฬหบูชา ซึ่งจัดขึ้นที่วัดไทยธรรมาราม เมืองวอเตอร์ลู ประเทศเบลเยียม เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 กรกฎาคม 2553 โดยร่วมกันตักบาตรพระสงฆ์ ถวายภัตตาหารเพล บูชาพระรัตนตรัย ฟังพระธรรมเทศนาและถวายเทียนพรรษา โดยมีเอกอัครราชทูตพิศาล มาณวพัฒน์ เป็นประธานฝ่ายฆราวาสในพิธี
ในปีนี้ เป็นมงคลและน่ายินดีว่าพระคันธสาราภิวงศ์ (พระมหาสมลักษณ์ คนธสาโร) แห่งวัดท่ามะโอ จ. ลำปาง รับนิมนต์จากทางวัดไทยธรรมาราม ไปสอนวิปัสสนาแก่ผู้สนใจทั้งชาวไทยและชาวเบลเยียม กว่า 46 คน ระหว่างวันที่ 18-25 กรกฎาคม 2553 นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2553 นาย Michel Deprey ประธานสหภาพพุทธศาสนาในเบลเยียมได้แสดงความสนใจในพระพุทธศาสนาไทยสายเถรวาท โดยได้ไปร่วมปฏิบัติธรรม ฝึกวิปัสสนาตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 – 22.00 น. ด้วย
วันอาสาฬหบูชา มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า วันพระธรรม และ วันพระสงฆ์ เพราะเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระธรรมเทศนาเป็นครั้งแรก เป็นปฐมเทศนา แก่ปัญจวัคคีย์ การแสดงธรรมครั้งนั้นทำให้พราหมณ์โกณฑัญญะเกิดความเลื่อมใสในพระธรรมของพระพุทธเจ้า จึงขออุปสมบทเป็นพระสงฆ์องค์แรก วันอาสาฬหบูชาจึงเป็นวันที่พระรัตนตรัยครบองค์สามบริบูรณ์เป็นครั้งแรก มีทั้ง พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ซึ่งประเทศไทยได้ประกอบพิธีบูชาวันเพ็ญเดือนอาสาฬหตั้งแต่ปี 2501 เป็นต้นมา