เพื่อเป็นการตอบสนองสถานการณ์ประเทศไทยในปัจจุบัน เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2553 สถานทูตฯ ได้จัดประชุมส่วนราชการต่าง ๆ ร่วมกับกงสุลกิตติมศักดิ์ และ Friends of Thailand เพื่อช่วยกันระดมสมองใน 3 หัวข้อสำคัญ คือ การส่งเสริมการลงทุนทางตรงในประเทศไทยโดยนักลงทุนเบลเยียม การส่งออกสินค้าไทยมาเบลเยียม และส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย ณ ห้องประชุม Gustave Rolin-Jacquemyns
ภายในอาคารที่ทำการสถานทูต ผลการหารืออาจสรุปได้ ดังนี้
1.ที่ประชุมได้ศึกษาพิจารณาเอกสารเรื่องแนวทางการปรองดอง 5 ประการ ซึ่งนายกรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ คำชี้แจงเรื่องสถานการณ์ประเทศไทยของเอกอัครราชทูตฯ ต่อสภายุโรปเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2553 เอกสารสรุปสถานการณ์ที่กระทรวงการต่างประเทศได้จัดทำขึ้น เอกสารคำชี้แจงเกี่ยวกับการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ ข้อมูลเศรษฐกิจและพลังงานประเทศไทย (อาจอ่านข้อมูลเหล่านี้ได้จากเช่น www.thaiembasyy.be , www.thaieurope.net หรือ www.mfa.go.th )
เกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมือง เอกอัครราชทูตฯ ได้สรุปว่า ประเทศไทยยึดหลักนิติธรรม (rule of law) รัฐบาลพยายามบังคับใช้กฎหมาย พร้อมกับพยายามไม่ให้เกิดการสูญเสียชีวิตเลือดเนื้อ เจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายปฏิบัติตามมาตรฐานสากล การชุมนุมส่วนใหญ่เป็นไปโดยสงบและส่งผลกระทบบางพื้นที่เท่านั้น ชาวต่างชาติไม่เคยตกเป็นเป้าหมายของฝ่ายใด ไม่มีการปล้นสะดม ลักขโมยร้านค้า หรือสำนักงานต่างๆ เช่นที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ ปัญหาต่างๆ เป็นเรื่องภายในประเทศซึ่งรัฐบาลสามารถจัดการเองได้ แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการประชาธิปไตย ไม่มีความจำเป็นต้องให้ฝ่ายที่สามเข้าช่วยแก้ไขไกล่เกลี่ยดังเช่นที่องค์กรเอกชนบางแห่งเสนอ และสถาบันพระมหากษัตริย์ทรงอยู่เหนือการเมือง
มีการสอบถามถึงพระพลานามัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ซึ่งเอกอัครราชทูตฯ ได้เชิญพระกระแสสมเด็จลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ต่อชุมชนไทยในต่างประเทศในโอกาสต่างๆ ว่าพระพลานามัยแข็งแรง การประทับต่อที่โรงพยาบาลเพื่อให้คณะแพทย์ถวายการดูแลได้สะดวกและใกล้ชิด
2. การส่งเสริมการลงทุน หัวหน้าสำนักงาน BOI นครแฟรงเฟิร์ตได้นำเสนอข้อมูลด้านการลงทุนและมาตรการใหม่ให้ที่ประชุมรับทราบ เช่น การพัฒนาอย่างยั่งยืน แนะนำศูนย์ One Start One Stop Investment Center (OSOS) ตามดำรินายกรัฐมนตรี งาน SUBCON 2010
สำหรับสำหรับกลุ่มประเทศเบเนลักซ์ ทางสำนักงานฯ มีเป้าหมายจะจัดประชุมแบบ one-to-one (door knocking) 20 ครั้ง ติดตามผล/ความสนใจไปลงทุนของบริษัท 300 แห่ง พบปะ multipliers10 ราย ลงบทความในสื่อ 2 ฉบับ เข้าร่วมอภิปรายในเวทีที่เกี่ยวข้อง 2 ครั้ง
กลุ่มเพื่อนประเทศไทยได้สอบถามประเด็นการถือครองที่ดินในประเทศไทยในกรณีต่างๆ สรุปในเบื้องต้นได้ว่าคนต่างชาติ บริษัทและนักลงทุนต่างชาติ อาจถือครองที่ดินได้ตามที่กฎหมายต่างๆ กำหนด เช่นกฎหมายส่งเสริมการลงทุน (ซึ่งเป็นข้อยกเว้นจากหลักทั่วไปที่กำหนดให้คนไทยเท่านั้น
มีสิทธิถือครองที่ดินในประเทศไทย) นอกจากนี้ สำนักงาน BOI ได้รับจะพิจารณาเข้าร่วมกิจกรรมประชุมสัมมนาหรืออภิปรายเพื่อตอบข้อหารือซึ่งกลุ่ม Friends of Thailand จัดขึ้นอยู่เป็นระยะๆ
3. การส่งเสริมการส่งออก สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ กรุงเฮก ได้ชี้แจงสถิติการค้าไทยเบลเยียมและลักเซมเบิร์ก และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และสรุปว่าแนวโน้มตลาดได้แก่ non-durable goods สินค้าที่มี social concern/responsibility และ creative economy สินค้าและบริการสุขภาพ (healthy lifestyle) และกลุ่มผู้สูงอายุ (aging society) สินค้าและบริการเป้าหมายยังเป็นกลุ่มอาหาร ผลิตภัณฑ์ยาง และพลาสติก การบริการด้านสุขภาพ อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
กลุ่มเพื่อนประเทศไทยได้เสนอว่าทิศทางควรมุ่งพัฒนาสินค้าแบรนด์คนไทย และน่าจะศึกษาสถาบัน Centre for the Promotion of Imports from developing countries : CBI ของเนเธอร์แลนด์ มีการสอบถามแสดงข้อห่วงกังวลเรื่องอุปสรรคการนำเข้าผัก/ผลไม้ไทย
มีข้อสอบถามเรื่องเที่ยวบินบินตรงระหว่างกรุงเทพ-บรัสเซลส์ ซึ่งผู้แทนการบินไทยได้อธิบายว่าเป็นเป้าหมายที่กำลังดำเนินการอยู่ เพราะบัตรโดยสารเครื่องบินระยะไกลที่มีการขายในเบลเยียมมากที่สุดคือไปประเทศไทย (สูงกว่าจำนวนบัตรโดยสารเพื่อไปนิวยอร์ก) อีกทั้ง Brussels Airline ได้เข้าเป็นสมาชิก Star Alliance ด้วยแล้ว ข้อติดขัดในปัจจุบันคือไม่มีเครื่องบินเพียงพอ ดังนั้น เมื่อได้รับมอบเครื่องบินขนาดใหญ่ คือ A 380 ในช่วงกลางปีหน้า เพื่อใช้บินในเส้นทางอื่นที่มีผู้โดยสารจำนวนมาก น่าจะมีความเป็นไปได้ที่จะนำเครื่องบินขนาดที่เหมาะสม กลับมาเปิดเส้นทางบินระหว่างไทยกับเบลเยียม อย่างไรก็ดี ปัจจุบัน การบินไทยได้ดำเนินการเช่าเครื่องมาให้บริการขนส่งสินค้า (cargo flight) เพิ่มขึ้นในเส้นทาง ฮ่องกง-กรุงเทพ-อัมสเตอร์ดัม สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะส่งออกสินค้าไทยทางอากาศ
4. การท่องเที่ยว หัวหน้าสำนักงาน ททท. กรุงปารีส และผู้แทนประจำกรุงบรัสเซลส์ ได้สรุปสถิตินักท่องเที่ยวเบลเยียมไปประเทศไทย ปี 2552 ว่ามี 80,591 คน สูงกว่าปี 2551 ซึ่งมี 75,254 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.09 ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลการเปิดเที่ยวบินตรงระหว่างบรัสเซลส์-ภูเก็ต อย่างไรก็ดี สำหรับปีนี้คนเบลเยียมอาจเดินทางไปจีนมากกว่าไทย เพราะมีการจัดงาน Expo แนวโน้มการทำตลาดการท่องเที่ยวไทยในเบลเยียมคือเรื่อง 2nd residence
ที่ประชุมได้พิจารณาว่าปัจจุบันนักท่องเที่ยวให้ความสนใจติดตามคำแนะนำนักท่องเที่ยว (Travel Advisory) อย่างมาก จึงมีผลกระทบต่อสายการบินและการท่องเที่ยวอย่างสูง กรณีเช่นหากคำแนะนำใช้ข้อมูลเก่า แต่ต่อมาสถานการณ์จริงได้ดีขึ้นแล้ว แต่ว่าคำแนะนำนักท่องเที่ยวยังไม่ได้รับการปรับปรุงก็ไม่เป็นธรรมแก่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางท่องเที่ยว ในประเด็นนี้ เอกอัครราชทูตฯ ได้ขอให้ที่ประชุมโดยเฉพาะ Friends of Thailand ช่วยชี้แจง อธิบายทั้งกับมิตรสหาย และช่วยชี้แจงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของเบลเยียมโดยตรง เพราะย่อมมีความน่าเชื่อถือ โดยสถานทูตก็จะดำเนินการไปชี้แจงข้อเท็จจริงไปพร้อมๆ กัน
นอกจากนี้ เอกอัครราชทูตฯ ขอฝากให้ช่วยกันติดตามข่าวของสื่อมวลชนท้องถิ่นที่เกี่ยวกับประเทศไทย โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ หากมีการอ้างอิงที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด หรือเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ขอให้ช่วยกันแจ้งสถานทูต และช่วยกันชี้แจงกับสื่อนั้นๆ โดยตรง
ปรกติ ทีมประเทศไทยประจำกรุงบรัสเซลส์ได้จัดประชุมหารือระหว่างส่วนราชการต่างๆ คือ สถานทูต(จากกระทรวงการต่างประเทศ) สำนักงานพาณิชย์ ศุลกากร เกษตร วิทยาศาสตร์ และการท่องเที่ยวเป็นประจำทุกสัปดาห์เว้นสัปดาห์ (หรือเดือนละสองครั้ง) เพื่อร่วมกันหาช่องทางและร่วมกันดำเนินการทั้งภารกิจประจำ และโครงการพิเศษต่างๆ เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติและคนไทย
การจัดประชุมทีมประเทศไทยพลัส พร้อมกับกงสุลกิตติมศักดิ์ และกับสำนักงานที่ตั้งอยู่ในประเทศอื่นแต่มีเขตความรับผิดชอบครอบคลุมเบลเยียมและลักเซมเบิร์ก จะจัดขึ้นอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หากผู้อ่านท่านใดมีข้อเสนอแนะหรือติชมประการใด ขออย่าได้ลังเลที่จะเขียนมาบอกพวกเราที่
อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน