การตรวจเยี่ยมสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ ของคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผล (ค.ต.ป.) ของกระทรวงการต่างประเทศ
แถลงข่าวร่วมในโอกาสการเยือนราชอาณาจักรไทยของ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป นายจูเซ มานูเอล บาร์โรซู

นายกรัฐมนตรีย้ำถึงเจตนารมณ์ร่วมกันของไทย-อียูในการเป็นหุ้นส่วนที่เท่าเทียมเพื่อส่งเสริมสันติภาพ ความมั่งคั่งและค่านิยมร่วมกันทางประชาธิปไตย

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2012 เวลา 18.45 น. ณ ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงข่าวร่วมกับ นายจูเซ มานูเอล บาร์โรซู ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป เกี่ยวกับผลการหารือข้อราชการระหว่างรัฐบาลไทยและสหภาพยุโรป สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

นายกรัฐมนตรี กล่าวต้อนรับ นายจูเซ มานูเอล บาร์โรซู ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป สำหรับการเยือนประวัติศาสตร์ครั้งนี้ ซึ่งนับเป็นการเยือนไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรกของประธานคณะกรรมาธิการยุโรป หนึ่งในสถาบันหลักของสหภาพยุโรป โดยในปีนี้ถือเป็นปีที่มีความสำคัญยิ่งต่อความสัมพันธ์ไทย – สหภาพยุโรปที่ได้ดำเนินมาหลายทศวรรษ และนายกรัฐมนตรีรู้สึกยินดีที่มีโอกาสพบกับผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรปหลาย ท่าน ซึ่งล่าสุดคือ นายรอมเปย ประธานคณะมนตรียุโรป เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ณ นครนิวยอร์ก ซึ่งการติดต่อที่เพิ่มขึ้นระหว่างกันนี้ ได้สะท้อนให้เห็นสองประการ

ประการแรก คือ เจตนารมณ์อันมุ่งมั่นของทั้งสองฝ่ายที่จะขยายหุ้นส่วนทั้งในเชิงลึกและเชิง กว้างบนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกันในการส่งเสริมสันติภาพ ความมั่งคั่ง และค่านิยมร่วม คือ ประชาธิปไตย หลักนิติรัฐ การเคารพสิทธิมนุษยชนและความหลากหลาย

ประการที่สอง คือ ความพร้อมของทั้งไทยและสหภาพยุโรปที่จะกระชับความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนกับ สหภาพยุโรปในด้านหนึ่ง และระหว่างเอเชียกับยุโรปอีกด้านหนึ่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่แน่นอนอย่างยิ่ง สำหรับไทยที่มีความสัมพันธ์กับประเทศยุโรปหลายประเทศมานานนับศตวรรษ และมีพลวัตรของความสัมพันธ์กับสมาชิกสหภาพยุโรปและคณะกรรมาธิการยุโรปในปัจจุบัน ซึ่งทั้งประธานคณะกรรมาธิการยุโรปและนายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเดินทางไปนคร เวียงจันทน์ เพื่อกระชับความเป็นหุ้นส่วนระหว่างเอเชีย – ยุโรป ในการประชุมเอเชียยุโรป หรืออาเซมครั้งที่ 9 ซึ่งเป็นกลไกที่ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกที่กรุงเทพฯ เมื่อปี 2539

โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่าพื้นฐานของความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดทำให้การหารือในวันนี้เต็มไปด้วยสาระและเป็นประโยชน์ โดยครอบคลุมประเด็นที่เป็นผลประโยชน์ร่วมของทั้งสองฝ่าย

ในประเด็นทวิภาคี ทั้งสองฝ่ายพึงพอใจที่การเจรจากรอบความตกลงว่าด้วยความร่วมมือรอบด้านหรือ PCA ระหว่างไทยและสหภาพยุโรปมีความคืบหน้าที่ดี และประเด็นอุปสรรคต่อการเริ่มการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย – สหภาพยุโรปได้รับการแก้ไข นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้เชิญชวนให้สหภาพยุโรปมาลงทุนในโครงการสาธารณูปโภคและอุตสาหกรรมสีเขียวในประเทศไทย ซึ่งยุโรปมีความเชี่ยวชาญ

ในวันนี้ นายกรัฐมนตรี ได้รับทราบถึงมาตรการสำคัญๆ ของยุโรปในการจัดการกับความท้าทายทางเศรษฐกิจในเขต ยูโร และยินดีกับมาตรการเหล่านี้ โดยย้ำถึงความเชื่อมั่นของไทยในความสามารถของยุโรปที่จะผ่านพ้นความ ท้าทายดังกล่าวไปได้

นายกรัฐมนตรีย้ำว่าการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องของไทยเชื่อมโยงกับการเจริญเติบ โตของยุโรปด้วย ดังนั้น ทั้งไทยและสหภาพยุโรปจึงควรมุ่งยกระดับการค้าและการลงทุนระหว่างกันเพื่อส่ง เสริมการเจริญเติบโตและการสร้างงานร่วมกัน และโดยที่อาเซียนกำลังจะก้าวขึ้นเป็นประชาคมอาเซียนในปี 2558 นายกรัฐมนตรีได้ใช้โอกาสนี้ชี้ให้เห็นถึงโอกาสการลงทุนของสหภาพยุโรปโดยใช้ ตลาดเดียวของอาเซียนเป็นฐานการผลิต และให้ไทยเป็นประตูสู่ตลาดนี้

ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อปฏิสัมพันธ์ที่เพิ่มขึ้นระหว่างภาคเอกชนและประชาชนของทั้ง สองฝ่าย ซึ่งช่วยเพิ่มพูนการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวระหว่างกัน นอกจากนี้ ยังเห็นชอบที่จะหาลู่ทางร่วมมือ โดยเฉพาะการพัฒนาศักยภาพในสาขาต่างๆ อาทิ การต่อต้านการค้ามนุษย์ อาชญากรรมข้ามชาติ และการฟอกเงิน ซึ่งล้วนแต่เป็นผลกระทบในแง่ลบจากการเชื่อมโยงในภูมิภาคที่มีมากขึ้น

สำหรับความร่วมมือที่นอกเหนือจากเอเชียและยุโรป ทั้งสองฝ่ายต่างเล็งเห็นถึงความสำคัญของการสนับสนุนความร่วมมือระดับโลก เพื่อจัดการกับประเด็นท้าทายต่างๆ อาทิ ความยากจน ความเหลื่อมล้ำระหว่างเพศ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ภัยคุกคามความมั่นคงและปลอดภัยทางทะเล โดยเห็นพ้องที่จะสนับสนุนบทบาทขององค์การพหุภาคี เช่น สหประชาชาติ ที่พยายามแก้ไขความท้าทายดังกล่าว และย้ำถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นขององค์การระดับภูมิภาค เช่น สหภาพยุโรปและอาเซียน ในการสนับสนุนความพยายามดังกล่าว

ในนามของรัฐบาลและประชาชนชาวไทย นายกรัฐมนตรีได้แสดงความยินดีกับสหภาพยุโรปที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปี 2555 และขอบคุณประธานคณะกรรมาธิการยุโรปที่ได้เชิญนายกรัฐมนตรีไปเยือนกรุงบรัสเซลส์ซึ่งเป็นเมืองหลวงของสหภาพยุโรปในอนาคตอันใกล้ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ไทย – สหภาพยุโรป ให้มั่นคงยิ่งขึ้นไป

ไทย