ตามที่สหภาพยุโรปได้ออกกฎระเบียบ Regulation (EC) No. 1889/2005 เพื่อควบคุมการพกหรือนำเงินเข้าหรือออกจากประเทศสมาชิกประชาคมยุโรป โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2550 ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลไทยในยุโรปได้ประชาสัมพันธ์กฎระเบียบดังกล่าวเป็นระยะแล้ว แต่ปัจจุบันยังมีคนไทยหลายรายที่ไม่ทราบกฎระเบียบดังกล่าว ทำให้ถูกเจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจพบและต้องเสียค่าปรับจำนวนมาก นั้น จึงขอประชาสัมพันธ์และแจ้งเตือนเกี่ยวกับกฎระเบียบดังกล่าวอีกครั้งสำหรับผู้ที่เดินทางเข้า-ออกจากประเทศสมาชิกประชาคมยุโรป ดังนี้
1. กฎเกณฑ์การนำเงินเข้า-ออกจากสหภาพยุโรป สหภาพยุโรปได้ออกกฎระเบียบ Regulation (EC) No. 1889/2005 โดยมีเป้าหมายเพื่อควบคุมการไหลเข้า-ออกเงินของประเทศสมาชิกประชาคมยุโรป เสริมมาตรการการฟอกเงินผ่านระบบสถาบันการเงินและฉ้อฉลทางการเงินในรูปแบบต่าง ๆ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2550 โดยระเบียบดังกล่าวกำหนดให้ผู้ที่เดินทางไม่ว่าจะเดินทางเข้ามาหรือออกจากประเทศสมาชิกประชาคมยุโรปที่ถือเงินสดทุกสกุล ซึ่งในที่นี้รวมไปถึงเช็คเดินทาง เช็คไปรษณีย์ ตั๋วสัญญาใช้เงิน ธนาณัติที่มีมูลค่ารวมกันเกิน 10,000 ยูโรขึ้นไป (ตามประกาศของสนามบินนานาชาตินครแฟรงก์เฟิร์ตรวมถึงอัญมณีและโลหะมีค่าด้วย) จะต้องแจ้งต่อศุลกากรหรือหน่วยงานอื่นที่รับผิดชอบจุดเข้า-ออกประเทศสมาชิกประชาคมยุโรป โดยข้อมูลที่จะต้องแจ้งประกอบด้วย ชื่อ นามสกุล สัญชาติ วันและสถานที่เกิดของผู้เดินทาง ชื่อเจ้าของเงิน ชื่อผู้รับเงิน ประเภทและจำนวนเงิน ที่มาของเงินและวัตถุประสงค์ในการนำไปใช้ รวมถึงประเภทพาหนะที่ใช้ในการเดินทางและเส้นทางการเดินทาง โดยสามารถแจ้งด้วยวาจา แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรโดยเอกสารหรือเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเทศสมาชิกประชาคมยุโรปแต่ละประเทศจะกำหนด
2. เจ้าหน้าที่ศุลกากรหรือเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่รับผิดชอบมีอำนาจที่จะขอตรวจค้นผู้เดินทาง สัมภาระ และพาหนะที่ใช้ในการเดินทาง เพื่อทำการควบคุมให้ผู้เดินทางปฏิบัติตามกฎระเบียบดังกล่าว ในกรณีหากเจ้าหน้าที่ตรวจพบความผิด ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่ผู้เดินทางไม่แจ้งหรือแจ้งแต่คลาดเคลื่อนหรือไม่ครบถ้วน ผู้เดินทางจะได้รับโทษตามที่กฎหมายของประเทศสมาชิกนั้น ๆ กำหนด เช่นการเสียค่าปรับจำนวนมาก และในบางกรณีอาจถึงขั้นถูกอายัติเงิน