สารจากพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต่อเหตุการณ์ระเบิดที่แยกราชประสงค์
August 18, 2015
พิธีลงนามบันทึกความร่วมมือการแลกเปลี่ยนเชื่อมโยงข้อมูลเรือประมงและแรงงานประมง
August 19, 2015

ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) จัดการประชุมติดตามผลการดำเนินงานของ ศปมผ. ครั้งที่ 16

cccif

วันนี้ (อังคารที่ 18 สิงหาคม 2558 )เวลา 13.30 น. พลเรือเอก ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) เป็นประธานในการประชุม ศปมผ. ครั้งที่ 16 ณ ห้องประชุม กองบัญชาการกองทัพเรือ วังนันทอุทยาน เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ เพื่อติดตามความก้าวหน้าในการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม

โดยในวันนี้มีหัวหน้า/ผู้แทน ส่วนราชการใน ศปมผ. เข้าร่วมประชุม อาทิ พลเรือเอกพจนา เผือกผ่อง รองผู้บัญชาการทหารเรือ พลเรือเอกณรงค์พล ณ บางช้าง ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ พลเรือเอก ณะ อารีนิจ เสนาธิการทหารเรือ นายจุมพล สงวนสิน อธิบดีกรมประมง ผู้แทน กระทรวงแรงงาน กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย กรมเจ้าท่า กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
กรมการจัดหางาน กรมศุลกากร กรมสารนิเทศ กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงบประมาณ กสทช. บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) รวมถึง ผู้แทนจากสมาคมประมงต่าง ๆ อาทิ สมาคมประมงแห่งประเทศไทย สมาคมประมงนอกน่านน้ำไทย สมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย สมาคมรักษ์ทะเลไทย กลุ่มอนุรักษ์ประมงพื้นบ้านอ่าวไทยตอนบน กลุ่มประมงพื้นบ้าน อีกจำนวนหนึ่ง
โดยมีประเด็นวาระการประชุมที่สำคัญ ดังนี้
1. ให้กรมเจ้าท่าชี้แจง การเพิกถอนทะเบียนเรือประมงที่ไม่มาแสดงตนกับศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-ออก เรือประมง(PIPO)จำนวน 11,700ลำ และเก็บรวบรวมข้อมูลเรือดังกล่าว สำหรับตรวจสอบเพื่อป้องกันการจดทะเบียนใหม่ หรือการสวมทะเบียนเรือ โดยให้คณะกฎหมายพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับอำนาจตามกฎหมายรองรับในเรื่องนี้ ต่อไป
2. ให้กรมประมงชี้แจงเรื่องต่างๆ ดังนี้
2.1 การชี้แจงและตักเตือนเรือประมงที่ติดตั้งVMSแล้ว และมีพฤติกรรมลักลอบเข้าไปทำการประมงนอกน่านน้ำ ซึ่งถูกตรวจพบจากการติดตามสถานการณ์ผ่านระบบ VMS
2.2 การกำหนดจำนวนวันเพื่อลดการลงแรงประมงของเรืออวนลากและอวนล้อม ทั้งในอ่าวไทยและทะเลอันดามัน เพื่อประกาศบังคับใช้โดยให้มีผลตั้งแต่ 1 ก.ย.58
2.3 ให้กรมประมงและกระทรวงการต่างประเทศจัดทำหนังสือเสนอประเทศเพื่อนบ้านเพื่อ ทำความเข้าใจในขั้นตอนการปฏิบัติในการนำเรือประมงประเทศนั้นๆ เข้าเทียบท่าเรือในประเทศไทยเพื่อจำหน่ายสัตว์น้ำ
3. ให้กระทรวงการต่างประเทศนำข้อมูลการปรับลดเวลาการลงแรงทำการประมงเสนอให้ผู้ แทนฯ ณ กรุงบรัสเซล เพื่อใช้ประโยชน์ในการเจรจาและประชาสัมพันธ์กับประเทศในสหภาพยุโรปและทราบ ความเห็นเพิ่มเติม
4.คณะทำงานเฉพาะเรื่องต่างๆ ของศปมผ.รายงานความก้าวหน้าการดำเนินการตามลำดับดังนี้
4.1 คณะทำงานกฎหมาย
4.2 คณะทำงานจัดทำนโยบายการจัดการด้านประมงทะเล
4.3 คณะทำงานจัดทำแผนปฏิบัติการแห่งชาติในการแก้ปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม
4.4 คณะทำงานติดตาม ควบคุม และเฝ้าระวังการทำการประมง
4.5 คณะทำงานปรับปรุงระบบตรวจสอบย้อนกลับ
4.6 คณะทำงานจัดทำระบบติดตามเรือ(VMS)
4.7 คณะทำงานแก้ไขปัญหาการบังคับใช้แรงงานในเรือประมง
4.8 คณะทำงานประชาสัมพันธ์ ชี้แจงความก้าวหน้าการประชาสัมพันธ์
สรุปมติที่ประชุมได้ดังนี้
1.ให้ ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำเอกสารให้ความสำคัญกับการจัดทำเอกสารให้ สมบูรณ์และให้เลขานุการคณะทำงานต่างๆ ประสานข้อมูลร่วมกันเพื่อให้เอกสารมีความสอดคล้องกันและส่งได้ตามเวลาที่ กำหนด
2. ให้คณะทำงานกฎหมาย.ศปมผ.กำหนดเขตทำการประมงชายฝั่ง ฝั่งอ่าวไทย ให้ห่างจากฝั่ง 6 ไมล์ทะเล และห่างจากเกาะ 1.62 ไมล์ทะเล ยกเว้นเกาะขนาดใหญ่ (เกาะกูด เกาะช้าง เกาะสีชัง เกาะพะงัน เกาะสมุย) ให้ห่างจากเกาะ 3 ไมล์ทะเล ส่วนฝั่งอันดามัน ให้ห่างจากฝั่ง 3 ไมล์ทะเล และห่างจากเกาะ 1.62ไมล์ทะเล
3. ให้กำหนดวันหยุดทำการประมงอวนล้อมจับ (ยกเว้นอวนล้อมจับปลากะตัก) ฝั่งอ่าวไทยวันที่ 1–3, 11-13 และ 21-23 (รวม 9 วัน) ของทุกเดือน ส่วนอวนล้อมจับฝั่งอันดามันและ อวนลากฝั่งอ่าวไทยและ
ฝั่ง อันดามัน วันที่ 1-3 และ 11-12 (รวม 5 วัน) ของทุกเดือน โดยดำเนินการช่วงแรกตั้งแต่ ก.ย.-พ.ย.58 เพื่อประเมินผลและพิจารณามาตรการต่อไป
4. ให้ คณะทำงานกฎหมาย ศปมผ.เพิ่มเติมบทลงโทษกรณีเรือประมงต่างชาติลักลอบเข้ามาทำการประมงในน่านน้ำไทย
5. ให้ คณะทำงานกฎหมาย ศปมผ. รับข้อสังเกตของ กรมเจ้าท่าในกรณีการห้ามเปลี่ยนแปลงข้อมูลเกี่ยวกับทะเบียนเรือ เช่นการเพิ่ม/ลด ระวางขับน้ำของ เรือประมง (ตันกรอสส์) ในร่างคำสั่ง คสช.ฉบับใหม่ให้สามารถเปลี่ยนแปลงได้หากมีความจำเป็นและเหมาะสม โดยให้พิจารณาร่วมกับ กรมประมง กรมเจ้าท่า และศูนย์ PIPO
6. ให้คณะทำงานที่เกี่ยวข้องนำข้อเสนอแนะและข้อพิจารณาของคณะทำงานจัดทำแผน ปฏิบัติการแห่งชาติฯ (NPOA-IUU) ที่ได้เสนอในที่ประชุมไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง
7. ให้ คณะทำงานกฎหมาย ศปมผ. รับข้อสังเกต กรณีให้ท่าเรือ/แพปลาสามารถออกเอกสารกำกับสัตว์น้ำต่างๆตามที่คณะทำงาน ติดตาม ควบคุม และเฝ้าระวังการทำการประมงเสนอ เพื่อพิจารณากำหนดไว้ในร่างกฎหมายประมงฉบับใหม่
8. ให้คณะทำงานตรวจสอบย้อนกลับบรรจุข้อมูลระบบตรวจสอบในขั้นโรงงานแปรรูป ในเอกสาร
9. ให้คณะทำงานแก้ไขปัญหาการบังคับใช้แรงงานในเรือประมง จัดทำเอกสาร โดยเน้นเฉพาะส่วนที่มีความเกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาแรงงานประมงทะเลเท่า นั้น
10. ให้ ส่วนเลขานุการ ศปมผ. ประสาน เชิญหน่วยต่างๆ ใน ศปมผ.ร่วมประชุมเพื่อเตรียมการด้านงบประมาณและกำลังพล รองรับแผนปฏิบัติการของปีงบประมาณถัดไป
11. ให้ กรมประมง สามารถออกอาชญาบัตรให้กับ เรือประมง ที่ได้มาขอจดทะเบียนกับ กรมเจ้าท่า ช่วงก่อนวันที่ 31 ก.ค.58 โดยต้องไม่ใช่เครื่องมือควบคุม
12. ให้ คณะทำงาน กฎหมาย ศปมผ. กำหนดลักษณะเครื่องมือและวิธีการทำการประมงอวนช้อนเคย ตามที่ กรมประมง เสนอ
13. ให้ ส่วนเลขานุการ ศปมผ. ประสาน คณะกรรมการพัฒนาอาชีพทหารกองประจำการ กองทัพเรือ และ กรมประมง ในการประกาศรับสมัคร
พลทหารที่จะปลดประจำการ เพื่อสมัครใจทำงานในเรือประมงโดยกำหนดค่าตอบแทนขั้นต่ำ 15,000 บาท
กองประชาสัมพันธ์
สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ

ไทย