บริการสำหรับคนไทย

  • ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื่้อ COVID-19 ในเบลเยียม ฝ่ายกงสุลเปิดให้บริการด้วยการนัดหมายล่วงหน้าเท่านั้น และผู้ได้รับนัดหมายจะสามารถเข้ามาภายในอาคารได้เพียงท่านเดียว ยกเว้นผู้เยาว์ที่มายื่นคำร้องขอหนังสือเดินทาง 
  • ติดต่อสอบถาม
    • สำหรับคำถามเกี่ยวกับวีซ่าประเทศไทยและใบCOEสำหรับชาวต่างชาติ กรุณาติดต่ออีเมล์ visa.brs@mfa.mail.go.th
    • สำหรับคำถามเกี่ยวกับหนังสือเดินทางและบัตรประจำตัวประชาชนไทยกรุณาติดต่ออีเมล์ passport.brs@mfa.mail.go.th
    • สำหรับเกี่ยวกับนิติกรณ์ ใบCOEสำหรับชาวไทย งานคุ้มครองชาวไทย และงานบริการกงสุลอื่นๆ กรุณาติดต่ออีเมล์ consular.brs@mfa.mail.go.th
  • ติดต่อเพื่อขอนัดหมาย คลิกที่นี่

  • สำหรับคนไทยที่หนังสือเดินทางไทยหมดอายุหรือสูญหาย แต่มีความจำเป็นเร่งด่วนต้องเดินทางกลับประเทศไทย ขอให้ท่านส่งเอกสารหลักฐานความจำเป็นเร่งด่วนในการเดินทางกลับประเทศไทยให้สถานเอกอัครราชทูตฯ ทราบในขั้นตอนการขอนัดหมายด้วย (เช่น สำเนาวีซ่า- กรณีต้องกลับเร่งด่วนเพราะวีซ่าหมดอายุ / เอกสารจากโรงพยาบาล- กรณีต้องกลับเร่งด่วนเพื่อเยี่ยมสมาชิกครอบครัว เป็นต้น) เพื่อการพิจารณาจัดคิวตามความจำเป็นเร่งด่วนต่อไป 

เนื้อหา

หนังสือเดินทางไทย

หนังสือเดินทางไทยสำหรับบุคคลที่อายุต่ำกว่า 20 ปี

กรณีหนังสือเดินทางสูญหาย

บัตรประชาชนไทย

แจ้งเกิด

แจ้งเสียชีวิต

จดทะเบียนสมรส-ทะเบียนหย่า

ผ่อนผันการเกณฑ์ทหาร

การปรับอัตราค่าธรรมเนียมด้านกงสุล ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2562

 

***ในการติดต่อกับหน่วยงานของรัฐ หากมีความต้องการสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ขอให้ถ่ายสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนด้านหน้าเท่านั้น (ไม่ต้องถ่ายด้านหลัง)***


หนังสือเดินทางไทย

หนังสือเดินทางไทย  (ปรับปรุงล่าสุด ณ วันที่ 23 มิ.ย. 2564)

ผู้ขอหนังสือเดินทางจะต้องไปทำหนังสือเดินทางด้วยตนเอง และการผลิตหนังสือเดินทาง ใช้เวลาทำการประมาณ 6 สัปดาห์

เอกสารประกอบการทำหนังสือเดินทางธรรมดาของบุคคลที่บรรลุนิติภาวะแล้ว (20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป)

  1. แบบคำร้องขอหนังสือเดินทาง 1 ใบ (กรอกข้อมูลให้เรียบร้อย)
  2. แบบฟอร์มหนังสือยืนยันความถูกต้อง 1 ใบ (กรอกข้อมูลให้เรียบร้อย)
  3. หนังสือเดินทางเล่มปัจจุบัน และสำเนา 1 ใบ
  4. บัตรประชาชนไทยตัวจริง และสำเนา 1 ใบ (หรือสำเนาสูติบัตรไทย หากไม่มีบัตรประชาชนไทย)
  5. สำเนาทะเบียนบ้านไทย 1 ใบ
  6. รูปถ่าย 1 ใบ
  7. ค่าธรรมเนียม (เตรียมให้ครบตามจำนวน และเป็นธนบัตร หรือ ชำระด้วยบัตร Bancontact)
    • 35 ยูโร สำหรับ หนังสือเดินทางอายุ 5 ปี
    • 50 ยูโร สำหรับ หนังสือเดินทางอายุ 10 ปี
  8. กรณีหนังสือเดินทางสูญหาย ต้องมีใบแจ้งความจากตำรวจ (ในใบแจ้งความให้มีการระบุว่าหนังสือเดินไทยหาย พร้อมระบุหมายเลขหนังสือเดินทางไทยที่สูญหาย)

เอกสารประกอบการทำหนังสือเดินทางธรรมดาของบุคคลที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ (อายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์)  ***ดูหมายเหตุข้อ 1 และ 2 ประกอบ***

  1. แบบคำร้องขอหนังสือเดินทาง 1 ใบ (กรอกข้อมูลให้เรียบร้อย)
  2. แบบฟอร์มหนังสือยืนยันความถูกต้อง 1 ใบ (กรอกข้อมูลให้เรียบร้อย)
  3. หนังสือเดินทางเล่มปัจจุบัน และสำเนา 1 ใบ
  4. สำเนาสูติบัตรไทย 1 ใบ
  5. สำเนาทะเบียนสมรสของบิดา-มารดา 1 ใบ
  6. บัตรประชาชนตัวจริงของบิดา และสำเนา 1 ใบ (ใช้บัตรประชาชนไทยหากบิดาเป็นคนไทย และใช้บัตรประชาชนท้องถิ่นหากบิดาไม่ใช่คนไทย)
  7. บัตรประชาชนตัวจริงของมารดา และสำเนา 1 ใบ (ใช้บัตรประชาชนไทยหากมารดาเป็นคนไทย และใช้บัตรประชาชนท้องถิ่นหากบิดาไม่ใช่คนไทย)
  8. บัตรประชาชนไทยตัวจริง และสำเนา 1 ใบ (หากมี)
  9. สำเนาทะเบียนบ้านไทย 1 ใบ (ดูหมายเหตุข้อ 1)***
  10. รูปถ่าย 1 ใบ
  11. ค่าธรรมเนียม 35 ยูโร (เตรียมให้ครบตามจำนวน และเป็นธนบัตร หรือชำระด้วยบัตร Bancontact) *ผู้เยาว์สามารถทำหนังสือเดินทางที่มีอายุ 5 ปีได้เท่านั้น*

***หมายเหตุ*** 

  1. กรณีผู้ร้องเป็นผู้เยาว์ที่เกิดในต่างประเทศและมายื่นขอทำหนังสือเดินทางที่ไม่ใช่เล่มแรก ผู้ปกครองต้องเพิ่มชื่อผู้เยาว์เข้าทะเบียนบ้านที่ไทยก่อน และต้องมีเลขประจำประชาชน 13 หลักมายื่น (หากไม่สามารถดำเนินการดังกล่าวได้ ให้ติดต่อมาที่ passport.brs@mfa.mail.go.th)
  2. บุคคลอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ บิดาและมารดาจะต้องลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่  หากไม่สามารถมาได้ต้องมีเอกสารมาแสดงดังนี้
    • กรณีที่ผู้เยาว์อยู่กับบิดาหรือมารดาเพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็ต้องมีหนังสือปกครองบุตร (ปค. 14) มาแสดง และ สำเนา 1 ชุด
    • กรณีบิดาและมารดาหย่าให้นำใบหย่าและบันทึกหย่า และสำเนา 1 ชุด
    • กรณีบิดาหรือมารดาเสียชีวิต ให้นำใบมรณบัตรมาแสดง  และสำเนา 1 ชุด
    • หรือหนังสือให้ความยินยอมจากบิดา/มารดา ฉบับจริง อายุไม่เกิน 6 เดือน พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชนของบิดา/มารดา มาแสดง (ขอทำหนังสือให้ความยินยอมได้ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ   หรืออำเภอ/เขต)

 

Download

รายการเอกสารเพื่อใช้ทำหนังสือเดินทาง

แบบคำร้องขอทำหนังสือเดินทาง 

แบบฟอร์มยืนยันความถูกต้อง

แบบฟอร์มแจ้งหนังสือเดินทางหาย

บันทึกสอบสวน

หมายเหตุ: สามารถขอรับแบบฟอร์มที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้

 


บัตรประชาชนไทย

สำหรับชาวไทยที่มีถิ่นพำนักในเบลเยียมและลักเซมเบิร์กที่มีบัตรแล้ว แต่หมดอายุ หรือบัตรชำรุดใช้การไม่ได้ หรือบัตรสูญหาย ต้องมาสถานทูตฯ ด้วยตัวเอง ในเวลาให้บริการของฝ่ายกงสุล พร้อมเอกสาร ดังนี้

  1. บัตรประชาชนไทยใบปัจจุบัน ซึ่งต้องมอบคืนให้สถานทูตฯ
  2. บัตรประจำตัวผู้มีถิ่นพำนักในเบลเยียม หรือ ลักเซมเบิร์ก และ ข้อมูลบ้านเลขที่/ ที่อยู่ในเบลเยียม หรือ ลักเซมเบิร์ก
  3. หลักฐานอื่น ๆ ที่ออกโดยทางการไทยและมีรูปถ่ายผู้ถือบัตร เช่น พาสปอร์ต ใบขับขี่ เพื่อประกอบการพิสูจน์ยืนยันตัวบุคคล
  4. กรณีบัตรหมดอายุ หรือ เหลืออายุไม่ถึง 60 วัน สถานทูตฯ ไม่เก็บค่าเทียบปรับหรือค่าธรรมเนียม แต่ต้องมีบัตรใบปัจจุบันมอบคืนให้สถานทูตฯ (ถ้าบัตรหมดอายุแล้ว แต่สูญหาย มีค่าธรรมเนียม)

ทั้งนี้ สถานทูตฯ ไม่สามารถให้บริการทำบัตรประจำตัวประชาชนไทยได้ ในกรณี

  1. ผู้ขอมีบัตรฯ ใบแรก
  2. ผู้ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกลาง
  3. ผู้ไม่มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก
  4. ผู้ไม่พบข้อมูล หรือ เป็นบุคคลซ้ำซ้อน หรือ ข้อมูลไม่ตรงในฐานทะเบียนราษฎร ของ ก. มหาดไทย
  5. ผู้ต้องการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล คำนำหน้า ฯลฯ โดยไม่ตรงกับข้อมูลปัจจุบันในฐานทะเบียนราษฎร

ซึ่งบุคคลเหล่านี้ ขอให้ไปติดต่ออำเภอ/ที่ทำการเขตในประเทศไทย เพื่อขอทำบัตรฯ

คนไทยที่ประสงค์จะขอรับบริการทำบัตรประชาชน ขอให้แจ้งนัดหมายล่วงหน้ากับสถานเอกอัครราชทูตฯ ที่ passport.brs@mfa.mail.go.th โดยใช้หัวข้อ “ขอทำบัตรประชาชน” ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะแจ้งยืนยันวันนัดทางอีเมล์ถึงผู้ร้องในโอกาสแรก


แจ้งเกิด

เอกสารประกอบการขอสูติบัตรไทย

1.ใบเกิด

Birth Certificate International Convention จากอำเภอที่เด็กเกิดและประทับตรารับรองใบเกิด  (***สามารถยื่นได้ทั้งตราประทับที่เป็นแบบกระดาษและดิจิทัล***)

  •  ที่ผ่านการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศเบลเยียม ที่อยู่: 27 Rue Petits Carmes, 1000 Brussels (สำหรับใบเกิดของประเทศเบลเยียม)
  •  ที่ที่ผ่านการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศลักเซมเบิร์ก ที่อยู่:  9 Rue du Palais de Justice, 1841 Luxembourg (สำหรับใบเกิดของประเทศลักเซมเบิร์ก)

 

2.ใบสำคัญการสมรส 

  • ถ้าแต่งงานที่ประเทศไทย ขอสำเนาใบแต่งงาน 1 ใบ
  • ถ้าแต่งงานที่ประเทศเบลเยียม ขอ Marriage Certificate International Convention และจะต้องประทับตรารับรองที่กระทรวงการต่างประเทศเบลเยียมหรือลักเซมเบิร์กเช่นเดียวกันกับใบเกิด

3. สำเนาบัตรประชาชนและหนังสือเดินทางของบิดาและมารดา อย่างละ 1 ใบ (หากบิดาหรือมารดามีสัญชาติไทยโปรดใช้บัตรฯ ไทย และหนังสือเดินทางไทย)

4. สำเนาทะเบียนบ้านไทยของมารดา/บิดาที่มีสัญชาติไทย 1 ใบ

5. บัตรประจำตัวเบลเยียม/หนังสือเดินทางเบลเยียมของบุตร

6. ทะเบียนบ้านในเบลเยียม

7.สำเนาหลักฐานจากโรงพยาบาลที่ระบุชื่อโรงพยาบาลที่เด็กเกิด ระบุเวลาที่เด็กเกิด และระบุน้ำหนักเมื่อคลอด

(ใช้เวลารอประมาณ 3 สัปดาห์ในการออกสูติบัตรไทย)

อนึ่ง  เอกสารในข้อ 1 และข้อ หากเป็นใบ International ซึ่งมีภาษาอังกฤษอยู่ด้วยไม่ต้องแปล แต่ถ้าหากเป็นภาษาท้องถิ่นเช่น ดัทช์ หรือ ฝรั่งเศส ต้องแปลเป็นภาษาไทย

และทั้งข้อ 1 และ 2 ต้องผ่านการรับรองที่กระทรวงการต่างประเทศของเบลเยียมหรือลักเซมเบิร์กมาก่อน

 


แจ้งเสียชีวิต

เอกสารประกอบการแจ้งตาย

จัดเตรียมเอกสารของผู้เสียชีวิตมาแสดง  ดังนี้

  1. มรณบัตรจากทางการท้องถิ่นเบลเยียม แบบ International Convention (มี 4 ภาษาคือ ดัชต์ ฝรั่งเศส เยอรมัน และอังกฤษ) และนำไปประทับตรารับรองที่กระทรวงการต่างประเทศเบลเยียม
  2. สำเนาหนังสือเดินทางไทย 1 ใบ
  3. สำเนาบัตรประชาชนไทย
  4. สำเนาทะเบียนบ้านไทย 1 ใบ
  5. หนังสือรับรองสาเหตุการตายจากแพทย์/โรงพยาบาล

จัดเตรียมเอกสารของผู้แจ้งฯ มาแสดง  ดังนี้

  1. สำเนาหนังสือเดินทางไทย 1 ใบ
  2. บัตรประชาชนไทย 1 ใบ
  3. สำเนาทะเบียนบ้านไทย 1 ใบ

ขั้นตอนการเคลื่อนย้าย/นำศพหรืออัฐิส่งออกนอกประเทศไทย คลิกที่นี่ 


จดทะเบียนสมรสและทะเบียนหย่า

การจดทะเบียนสมรสและทะเบียนหย่า

  1. ข้อมูลทั่วไป
  2. การจดทะเบียนสมรส การจดทะเบียนสมรสที่สถานเอกอัครราชทูตฯ เป็นการจดทะเบียนตามกฎหมายไทย มีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายไทย แต่ในทางปฏิบัติของเบลเยียมไม่ถือว่า ไม่ถือว่าสถานเอกอัครราชทูตฯ สามารถทำหน้าที่เสมือนสำนักทะเบียนได้ จึงไม่มีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายเบลเยียม

หากต้องการให้การสมรสมีผลตามกฎหมายเบลเยียม ควรติดต่อขอจดทะเบียนต่อสำนักทะเบียนท้องถิ่นของเบลเยียม

  1. การจดทะเบียนหย่า การจดทะเบียนหย่าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ เป็นการจดทะเบียนตามกฎหมายไทย มีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายไทย โดยต้องมีต้นฉบับทะเบียนสมรสไทยมาแสดงทั้งสองฝ่าย

ทั้งนี้หลังจากจดทะเบียนหย่าแล้ว การขอหนังสือรับรองสถานะทางครอบครัว (ใบรับรองโสด) นั้น  ผู้ยื่นจำเป็นต้องดำเนินการติดต่อขอรับเอกสารนี้จากที่ว่าการอำเภอฯ หรือ สำนักงานเขตฯที่ประเทศไทยเท่านั้น โดยหากไม่สะดวกเดินทางไปเอง สามารถขอเอกสารมอบอำนาจให้ผู้อื่นไปดำเนินการแทนได้ที่สถานเอกอัครทูตฯ (ค่าธรรมเนียม 15 ยูโร ต่อฉบับ)

  1. 3.    การขอจดทะเบียนฯ กรุณาติดต่อนัดหมายล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วันทำการ และจะต้องส่งเอกสารประกอบให้เจ้าหน้าที่ล่วงหน้าทางไปรษณีย์เพื่อตรวจและเตรียมจัดพิมพ์เอกสารที่เกี่ยวข้อง
  2. 4.    การจดทะเบียนสมรส และทะเบียนหย่า ไม่เสียค่าธรรมเนียม
  3. หลักฐานประกอบคำร้องการขอจดทะเบียนสมรส
  4. คำร้องขอจดทะเบียนสมรส และ บันทึกถ้อยคำการจดทะเบียนสมรส ซึ่งกรอกรายละเอียดและลงชื่อโดยคู่สมรสแล้ว
  5. หนังสือเดินทางที่ไม่หมดอายุของคู่สมรส
  6. บัตรประชาชน และ สำเนาทะเบียนบ้านของคู่สมรส
  7. ในกรณีที่เคยจดทะเบียนสมรสมาก่อนและหย่าแล้ว ต้องมีสำเนาทะเบียนหย่ามาแสดงด้วย
  8. ในวันจดทะเบียนสมรส กรุณานำพยานไปด้วย 2 คน พร้อมหนังสือเดินทาง/บัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของพยาน
  9. ใบรับรองโสด ของคู่สมรสทั้งสองฝ่าย (สำหรับคนไทย สามารถติดต่อขอรับใบรับรองความเป็นโสดได้ที่ที่ว่าการอำเภอฯ หรือ สำนักงานเขตฯ ที่ประเทศไทย) เพื่อใช้ในการจดทะเบียนสมรสที่สถานเอกอัครราชทูตฯ
  10. หลักฐานประกอบคำร้องการขอจดทะเบียนหย่า
  11. คำร้องขอจดทะเบียนหย่า ซึ่งกรอกรายละเอียดและลงชื่อโดยคู่หย่าแล้ว
  12. ต้นฉบับทะเบียนสมรสไทยของทั้งสองฝ่าย
  13. หนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุของทั้งสองฝ่าย
  14. สำเนาบัตรประชาชน หรือ สำเนาทะเบียนบ้านของทั้งสองฝ่าย
  15. สัญญาการหย่า
  16. ในวันจดทะเบียนหย่า กรุณานำพยานไปด้วย 2 คน พร้อมหนังสือเดินทาง/บัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของพยาน


ผ่อนผันการเกณฑ์ทหาร

หลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติในการขอผ่อนผันไม่ต้องมาให้คณะกรรมการตรวจเลือกทำการตรวจเลือกตามหมายเรียก ตามมาตรา 27(2) แห่งพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497 ของนักศึกษา/นักเรียนที่ไปศึกษาวิชา ณ ต่างประเทศ  ดังนี้

 

  1. การยื่นขอผ่อนผันฯ จะต้องให้นักเรียนผู้ประสงค์ขอผ่อนผันหรือบิดามารดาหรือผู้ปกครองไปยื่นคำร้องขอผ่อนผันต่อนายอำเภอภูมิลำเนาทหาร
  2. หลักฐานประกอบในการขอผ่อนผัน
    • หนังสือรับรองของสถาบันการศึกษา โดยระบุหลักสูตรการศึกษา ระยะเวลาในการศึกษาตามหลักสูตร

ถ้านักศึกษาอยู่ในระหว่างการฝึกงาน สถาบันการศึกษาจะต้องรับรองว่าการฝึกงานนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษา

  • หนังสือรับรองการฝึกงานของสถาบันหรือบริษัทที่รับเข้าฝึกงาน
  • เอกสารที่เกี่ยวข้องถ้าเป็นภาษาต่างประเทศให้แปลเป็นภาษาไทยกำกับและลงชื่อตำแหน่งผู้แปล
  • สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ประสงค์ผ่อนผันและผู้ยื่นคำร้องแทน
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ประสงค์ผ่อนผันและผู้ยื่นคำร้องแทน
  • สำเนาใบสำคัญ (แบบ สด. 9) และสำเนาหมายเรียกฯ (แบบ สด. 35) ของผู้ประสงค์ผ่อนผัน
  • สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ประสงค์ผ่อนผัน (ทุกหน้าที่มีการบันทึก)
  • ถ้าเป็นการยื่นคำร้องขอผ่อนผันภายหลังจากที่นักศึกษาได้เดินทางไปต่างประเทศแล้ว ต้องมีหนังสือรับรองของสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยหรือผู้ดูแลนักเรียนไทยที่ตั้งอยู่ ณ ประเทศที่ไปศึกษาวิชานั้นรับรองว่า นักเรียนผู้นั้นกำลังศึกษาวิชาอะไร อยู่ที่สำนักศึกษาใด ประเทศใดและมีกำหนดการศึกษากี่ปี
  • การยื่นขอผ่อนผันฯ จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนที่จะมีการตรวจเลือกฯ ของอำเภอนั้น รายละเอียดตามที่กำหนดไว้ในหมายเรียกฯ (แบบ สด.35)

 

การขึ้นทะเบียนทหารกองเกินและขอผ่อนผันเข้ารับการตรวจเลือกเป็นทหาร สำหรับนักเรียนและนักศึกษาไทยที่กำลังศึกษาเล่าเรียนในต่างประเทศ (เบลเยียมและลักเซมเบิร์ก)

ชายที่มีสัญชาติไทยมีหน้าที่ต้องเข้ารับการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหาร โดย

  1. เมื่ออายุย่างเข้า 18 ปี ต้องไปแสดงตนเพื่อลงบัญชีทหารกองเกิน โดย แสดงหลักฐานสูติบัตรหรือบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านต่อสัสดีท้องที่ด้วยตนเอง หรือกรณีไม่สามารถไปยื่นเอกสารด้วยตนเอง สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นที่บรรลุนิติภาวะไปแจ้งแทน ถ้าไม่ไปหรือไม่มีผู้ไปแจ้งแทน ถือว่า ผู้นั้นหลีกเลี่ยงขัดขืนไม่ไปลงบัญชีทหารกองเกิน
  2. เมื่ออายุครบ 21 ปี ต้องเข้ารับการตรวจเลือกเพื่อเป็นทหารตามภูมิลำเนาที่ตนมีชื่อในทะเบียนบ้านไทย สำหรับชายที่มีสัญชาติไทยที่กำลังศึกษาเล่าเรียนในเบลเยียม/ลักเซมเบิร์ก สามารถขอผ่อนผันเข้ารับการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหารได้ โดยต้องแสดงหลักฐานเอกสารต่อไปนี้
    • หนังสือรับรองจากสถานศึกษาที่ตนกำลังศึกษาเล่าเรียนอยู่โดยระบุรายละเอียดดังนี้

2.1.1  ชื่อ นามสกุลของนักเรียน/นักศึกษาที่กำลังศึกษาเล่าเรียนอยู่

2.1.2  กำลังศึกษาในระดับ คณะ สาขาวิชา สถาบันศึกษา ประเทศอะไร

2.1.3  เริ่มเข้าศึกษาตั้งแต่ปีใด และคาดว่าจะจบการศึกษาในปีใด

2.1.4  วิชาที่ศึกษามีหลักสูตรกี่ปี (นำหลักฐานของสถาบันศึกษามาประกอบ)

2.1.5  หนังสือรับรองต้นฉบับจากสถาบันการศึกษาต้องนำไปรับรองลายมือชื่อ

โดยกระทรวงการต่างประเทศเบลเยียม/ลักเซมเบิร์ก

2.1.6  หนังสือรับรองจากสถาบันการศึกษาจะต้องแปลเป็นภาษาไทยพร้อมลงชื่อรับรองการแปล

ถูกต้องแล้ว (นักศึกษาสามารถแปลเองได้ รับรองเองได้)

  • สำเนาใบสำคัญทหารกองเกิน (สด.9) และสำเนาหมายเรียกเข้ารับราชการทหาร (สด.35) ถ้ามี
  • สำเนาทะเบียนบ้านไทย
  • สำเนาบัตรประชาชน (หากมี)
  • สำเนาหนังสือเดินทางไทย
  • หนังสือรับรองซึ่งออกโดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ ทั้งนี้  ต้องติดต่อขอหนังสือรับรองนี้ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ด้วยตนเอง  พร้อมเอกสารข้อ 2.1  4 และ 2.5
  • นำเอกสารทั้งหมดที่กล่าวข้างต้น (ข้อ 2.1 ถึง ข้อ 2.6) ไปยื่นต่อสัสดีท้องที่ที่ตนมีชื่อในทะเบียนบ้านด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นที่บรรลุนิติภาวะไปยื่นแทน
  1. เมื่อสำเร็จการศึกษาในต่างประเทศแล้ว ต้องไปเข้ารับการตรวจเลือกเข้ารับราชการในโอกาสแรกที่มีการตรวจเลือกบุคคลเข้ารับราชการทหาร
  2. หรืออาจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานผู้ช่วยทูตทหารบก สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส (มีเขตอาณาดูแลเบลเยียม/ลักเซมเบิร์ก :Office of the Defence Attache, 8 Rue Greuze 75116 Paris, France        (33-1) 56 26 07 30   Fax. (33-1) 56 26 04 51
ไทย